Skip to content

บอร์ดโมดูล DIY ที่นิยมใช้งาน

หากคุณกำลังมองหาบอร์ดโมดูลเพื่อนำมาทำโปรเจกต์ DIY ในตลาดสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามหน้าที่การทำงาน (Class) ได้ดังนี้ครับ:


1. Class: ไมโครคอนโทรลเลอร์ (Microcontrollers - สมองกล)

เป็นบอร์ดหลักที่ใช้เขียนโปรแกรมควบคุมอุปกรณ์อื่นๆ

  • Arduino Series: (ชิป ATmega328P/2560) - เช่น Uno R3, Nano, Mega ยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มต้น
  • ESP Series (IoT): (ชิป ESP8266, ESP32) - มี Wi-Fi และ Bluetooth ในตัว เหมาะสำหรับงาน Smart Home
  • STM32: (ชิป ARM Cortex) - สำหรับงานที่ต้องการความเร็วและการประมวลผลสูงขึ้น
  • Raspberry Pi Pico: (ชิป RP2040) - บอร์ดจิ๋วพลังสูงจากค่ายผลไม้ราสเบอร์รี่

2. Class: จัดการพลังงาน (Power Management)

ใช้สำหรับควบคุมแรงดันและกระแสไฟฟ้า

  • Step-Up (Boost): เพิ่มแรงดัน เช่น ชิป MT3608, XL6009 (เช่น แปลง 3.7V เป็น 5V หรือ 12V)
  • Step-Down (Buck): ลดแรงดัน เช่น ชิป LM2596, MP1584 (เช่น ลด 12V เหลือ 5V เพื่อเลี้ยงบอร์ด)
  • Charger Module: ชาร์จแบตเตอรี่ เช่น ชิป TP4056 (1A), TP5100 (2A), IP2312 (3A)
  • BMS: บอร์ดป้องกันแบตเตอรี่แพ็ก (แยกตามจำนวนเซลล์ 1S, 2S, 3S... และกระแส 10A, 20A, 40A)

3. Class: ขับอุปกรณ์กำลังสูง (Drivers)

ใช้สั่งการอุปกรณ์ที่กินไฟเยอะซึ่งไมโครคอนโทรลเลอร์สั่งโดยตรงไม่ได้

  • Motor Driver: ขับมอเตอร์ DC หรือ Stepper เช่น ชิป L298N, L9110S, A4988
  • Relay Module: สวิตช์ตัดต่อไฟบ้าน (AC) มีทั้งแบบ 1, 2, 4, 8 ช่อง
  • MOSFET Module: สวิตช์ความเร็วสูงสำหรับคุมความแรงมอเตอร์หรือความสว่างไฟ LED

4. Class: เซนเซอร์ (Sensors - ประสาทสัมผัส)

  • สภาพแวดล้อม: วัดอุณหภูมิ/ความชื้น (DHT11, DHT22), วัดแสง (LDR), วัดก๊าซ (MQ Series)
  • ระยะทาง/ความเคลื่อนไหว: อัลตราโซนิก (HC-SR04), ตรวจจับคน (PIR Motion)
  • ระบุตำแหน่ง: เข็มทิศดิจิทัล, Gyroscope (MPU6050), โมดูล GPS (NEO-6M)

5. Class: การสื่อสารและแสดงผล (Communication & Display)

  • Display: หน้าจอ LCD (1602 I2C), หน้าจอ OLED (0.96"), หน้าจอ TFT สี
  • Wireless: บลูทูธ (HC-05/06), คลื่นวิทยุ (NRF24L01), LoRa (สำหรับการสื่อสารระยะไกลหลายกิโลเมตร)
  • Audio: โมดูลเล่น MP3 (DFPlayer Mini), โมดูลขยายเสียง (PAM8403)

วิธีเลือกซื้อ (Class Matching)

  1. เลือกสมอง (Class 1): ถ้ามี Wi-Fi ไป ESP32, ถ้าหัดทำครั้งแรกไป Arduino Uno
  2. เลือกพลังงาน (Class 2): เช็กว่าโปรเจกต์ใช้ไฟกี่โวลต์ (เช่น 5V หรือ 12V) แล้วหา Buck/Boost มาคุม
  3. เลือกการสั่งงาน (Class 3): จะคุมมอเตอร์หรือเปิดปิดไฟบ้าน? เลือกให้ถูกชนิด
  4. เลือกตัวตรวจจับ (Class 4): อยากให้โปรเจกต์รู้อะไร (เช่น รู้อุณหภูมิ หรือ รู้ว่ามีคนเดินผ่าน)

โน้ตสำคัญ: หากคุณใช้แบตเตอรี่ Li-ion หรือ Li-Po อย่าลืมบอร์ดใน Class 2 (BMS) เพื่อความปลอดภัยเสมอครับ